สัมภาษณ์พี่ศิโรตม์ ตุลสุข / Thai Short Film นั้นเป็นกลุ่มคนทำหนังอิสระซึ่งก็ตั้งอย่างหลวมๆ ขึ้นมาราว 7-8 ปีที่แล้วตอนที่พี่ศิโรตม์ยังทำงานอยู่ที่กันตนา ตอนนั้นพี่ศิโรตม์ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องการตัดต่อและเสียง (หรือ Post-Production) ได้รับการขอร้องให้ไปทำการช่วยเหลือเพื่อนๆ ในด้าน Post-Production รวมไปจนถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการหยิบยืมอุปกรณ์ต่างๆ การรวมตัวอย่างหลวมๆ จึงเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น
ในระยะเวลาที่ผ่านมาพันธกิจหลักๆ ของทางกลุ่มก็คือ การช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ต่างๆ และเทคนิค สำหรับคนรุ่นใหม่ที่คิดจะทำหนัง (รวมไปจนถึงการให้ทุนในบางครั้ง) อันจะเห็นได้จากอุปกรณ์ทำหนังต่างๆ มากมายที่ Thai Short Film ให้หยิบยืมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เลย (อย่างไรก็ดีถ้าเป็นผลงานอันไปในทางการค้าทาง Thai Short Film จะเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย)
นอกเหนือไปจากนั้นแล้วในรอบ 2-3 ปีหลัง ทางกลุ่มยังได้ทำการจัด Work Shop นามว่า “เล่าเรื่องเป็นหนัง” ให้กับผู้ที่สนใจอยากทำหนังอีกด้วยในช่วงเวลาราวๆทุกๆ 3 เดือน ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายอะไร แต่ในตอนหลังก็มีการเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเพื่อไม่ได้ทางกลุ่มนั้นแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจนเกินไป
พี่ศิโรตม์เล่าจุดประสงค์ของทางกลุ่มว่า
“เรานึกถึงลูกเรา ถ้าเราวาดรูปไม่เป็น เล่นดนตรีไม่ถนัด เล่นกีฬาได้บ้าง แต่อยากลองทำหนัง นี่ก็เป็นสนามที่เป็นทางเลือกให้กับเขาได้ เราเห็นอเมริกายุโรปมี เราอิจฉา ที่เขาได้เลือกได้ลองทำ เด็กบางเราไม่มีโอกาสตรงนี้ทางเลือกมันยังน้อย เราเป็นอีกหนึ่ง Channel ก็ยังดี”
ดังนั้นพันธกิจของ Thai Short Film จึงเป็นทางเลือกที่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ๆ ได้มา “ออกกำลังกาย” ทางความสร้างสรรค์โดยการทำหนังนั่นเอง
ในบรรดาสมาชิกที่รวมกลุ่มกันอย่างหลวมๆ ของ Thai Short Film นั้น จะมีคนที่เห็นหน้าค่าตากันอยู่ราวๆ 20-30 คน ซึ่งถึงทุกวันนี้จะมีหน้าที่การงานกันแล้ว ก็ยังให้ความช่วยเหลื่อกันโดยตลอด โดยมีพี่ศิโรตม์เป็นศูนย์กลาง
การร่วมงานกับกลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทำนองการช่วยไปเวิร์คชอปเพื่อปูเบสิคมากกว่าจะไปเป็นผู้ร่วมจัดงานโดยตรง เช่นเดียวกับ การไปออกร้านตามงานสื่อสร้างสรรค์ต่างๆ ที่ทาง Thai Short Film มักจะไปในฐานะผู้ร่วมงานมากกว่าไปในฐานะ ผู้จัดงาน หรือ ผู้ร่วมจัดงาน เพราะ “เราไม่มีพลังเหลือพอจะทำอย่างนั้น” และ “เราไม่ถนัดทางนั้น” ส่วนกลุ่มที่ทาง Thai Short Film ได้เคยไปร่วมงานก็ได้แก่กลุ่มอย่าง สื่อเมือง กลุ่ม Action Aid เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้จับเอาหนังสั้นไปผสานกับประเด็นที่ตนเองเล่นอยู่
ทางด้านเงินทุนในการดำเนินการนั้นทาง Thai Short Film ไม่ได้รับรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนข้างนอกใดๆ ทั้งสิ้นเงินทุนดำเนินการนั้นมาจากทางสมาชิกของเครือข่าย และ ของพี่ศิโรตม์ทั้งสิ้น พี่ศิโรตม์เล่าว่าการที่ไม่ขอทุนจากข้างนอกเป็นเพราะ “เราไม่ถนัด และ ไม่รู้จักใครด้วย”
อย่างไรก็ดีในต้นปีที่ผ่านมาทาง สสร. ก็ได้ออกทุนให้ทาง Thai Short Filmไปออกบูธ ที่เทศกาลหนังสั้นโลกที่ฝรั่งเศส ซึ่งก็มีผลตอบรับที่น่าพึงพอใจ หนังสั้นของไทยก็สามารถนำไปขายได้ในระดับสากลเช่นกัน
พี่ศิโรตม์เล่าว่า จริงๆแล้ว รัฐนั้นควรจะสนับสนุนคนทำงานอิสระเหล่านี้ ต้องเห็นมันเป็นแง่มุมหนึ่งของศิลปวัฒนธรรม เป็นบันทึกของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งสะท้อนยุคสมัยออกมาได้ เพราะ งานพวกนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อคืนทุนหรือเอากำไร มันไม่ได้จำกัดด้วยโจทย์อย่างนั้น มันจึงสะท้อนมุมมองน่าสนใจออกมาได้ เราจะได้มีพื้นที่ใหม่ๆ ให้ออกกำลังกายทางความคิดมากขึ้น สำหรับคนที่ทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากนี้แล้วหนังมันเป็นสื่อที่มีพลังอีกด้วย
ส่วนทิศทางของทางกลุ่มในอนาคต พี่ศิโรตม์เล่าว่า “เราพยายามที่จะยืนได้ด้วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปขอความช่วยเหลือจากที่อื่น กำลังพิสูจน์ตัวเองให้คนในวงกว้างเห็นอยู่ เราต้องการให้เขารู้ว่าพื้นที่ตรงนี้มีอยู่ และ มันเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานเรา โดยการไปร่วมกับกลุ่มอื่นๆ อย่างที่บอก และ ก็พยายามผลักดันหนังอิสระพวกนี้ไปในระดับสากล ซึ่งเราก็ได้ไปออกบูธอย่างที่กล่าวมาแล้ว เราอยากให้คนทำหนังนั้นสามารถเลี้ยงตัวเองได้ เราว่าแค่นั้นเขาก็ Happy แล้ว”
สำหรับแนวโน้มของคนทำหนังสั้นรุ่นใหม่ๆ นั้น มีคนทำเยอะขึ้น เทคโนโลยีมันถูกลง ทว่าพื้นที่ของพวกเขายังน้อยอยู่ อย่างไรก็ดีทาง Thai Short Film ก็มีร้านอยู่ที่จตุจักรที่หนึ่ง เพื่อจะขายหนังพวกนี้ ส่วนคนดูส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคนทำเอง
เมื่อมาถึงตรงนี้พี่ศิโรตม์ วิเคราะห์ถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทยอันเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลแต่ส่วนแบ่งกลับไม่ได้เป็นของหนังในประเทศ (ทั้งอิสระและไม่อิสระ) เท่าที่ควรว่า
“ส่วนหนึ่งที่คนไม่ดูคือ หนังมันไม่จับจิตจับใจคนดูเท่าไร ตรงนี้เราบอกได้เลยว่า คุณภาพมันยังแตกต่างกันเยอะเกิน มันไม่ค่อยมีมาตรฐาน เราต้องส่งเสริมให้คนทำหนังเล่าเรื่องที่เขาอยากจะเล่าจริงๆ ให้ทุ่มเทสุดจิตสุดใจจริงๆ เราจะได้งานที่เป็นสากลไปที่ไหนก็ได้ ดูอย่างหนังพวก อิหร่าน หนังญี่ปุ่น หนังจางอี้โหมวสิ หนังเขาเล็กๆ แต่ทำสุดจิตสุดใจสุดวิญญาณ ตรงนี้เราสู้เขาไม่ได้เลย เราจะบอกไม่ได้เลยว่าเราไม่มีทุน หนังพวกนี้เล็กๆ ทั้งนั้น ที่ตรงนี้มีสนับสนุนสารพัด จริงๆ มันอาจเป็นเพราะ คนทำหนังเราไม่ทุ่มเทพอก็ได้ อย่างไรก็ดีเราก็ต้องดูกันต่อไป”
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ พี่ศิโรตม์ ตุลสุข แห่ง Thai Short Film
เมื่อวันอังคารที่ 15 ส.ค. 2549
โดย อธิป จิตตฤกษ์ ผู้ประสานงานโครงการ Openfest
กลับสู่หน้าหลัก OpenFEST
Comments