สัมภาษณ์ พี่หมู, สุภาพ หริมเทพาธิป บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Bioscope
OpenFEST : จุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้พี่หมู เริ่มทำBioscope
พี่หมู : แรงบันดาลใจเกิดจากตัวเองมากกว่า ได้มีโอกาสคุยกับธิดา (บรรณาธิการ Bioscope ปัจจุบัน) และกลับไปย้อนดูตัวเองในช่วงที่สนใจหนัง เราเห็นหนังสือที่พูดถึงหนัง แล้วหนังเรื่องนั้นที่เราไปดู มันนำพาเราไปเจอโลกที่กว้างขึ้น กว่าการที่เราดูหนังกระแสหลัก ฮอลลีวูดทั่วไป คิดว่าหนังเหล่านี้น่าจะมีโอกาสทำหน้าที่ของตัวเองในลักษณะนี้ได้ และแผงหนังสือช่วงนั้น ก็ไม่มีหนังสือที่พูดถึง หนังที่จะจุดประกายให้กับคนเท่าไรนัก เราน่าจะได้มีโอกาสแนะนำหนังเหล่านี้ เราไม่ได้จะวางตัวเป็น Expert แต่แค่อยากพูดถึงหนังที่ จุดแรงบันดาลใจ ให้เรา แล้วเมื่อเขา(ผู้อ่าน)ได้ดูมันสามารถจุดแรงบันดาลใจให้เขาต่อไปได้ และน่าจะทำให้เขารู้สึก อยากลงมือทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นหนังก็ได้ อาจเป็นอย่างอื่น ผมรู้สึกว่า หนัง มันทำหน้าที่ตรงนั้นได้ดี มันเคยทำสำเร็จกับเรา ก็น่าจะทำสำเร็จกับคนอื่นได้เช่นกัน
OpenFEST : อุปสรรค์?
พี่หมู : ไบโอสโคป เล่ม 1-11 เราทำหนังสือด้วยความคิดว่า เป็นอีกทางออกหนึ่งในการนำเสนอสิ่งที่ชอบ ที่อยากทำ ที่บันดาลใจ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานอื่น เลี้ยงชีพไปด้วย ในขณะที่ หนังสือแนวอิสระ ที่เริ่มต้นพร้อมๆ เรา เริ่มออกช้าลง หยุดลงเพราะ "พอวางหนังสือที่ทำ เป็นแค่งานอดิเรก เราพร้อมที่จะหยุดมันเมื่อไหร่ก็ได้" ผมเองก็รู้สึกว่า หลังๆ งานหลัก มันเริ่มบั่นทอนความกระตือรือล้น ดังนั้น จึงมีความคิดที่จะทำงานอดิเรก นี้ ให้เป็นงานหลัก....เลยต้องมาคิดว่าต้องทำอย่างไร ถ้าต้องออกแมกกาซีนอย่างต่อเนื่อง เพราะกระบวนการระบบธุรกิจหนังสือ จำเป็นต้องใช้เงินทุนเบื้องต้นเยอะพอสมควร ก็พยายามหาวิธี บวกกับความเชื่อที่ว่า เรามีกลุ่มผู้อ่านเยอะพอสมควร ซึ่งก็ไม่มีออะไรบอกเราได้ว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ก็ต้อง "เสี่ยง เป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น"... (ฟังแล้วนึกถึงเพลงของบอดี้สแลมขึ้นมาทันที!)
"อุปสรรคหลัก ก็คือเราเป็นคนทำหนังสือ ไม่มีความเชี่ยวเรื่องการตลาด" แต่ก็ต้องหาวิธีการเรียนรู้พัฒนา ในข้อด้อยของเรา "ลองผิดลองถูก" ค่อนข้างผิดมากกว่าถูก แต่สิ่งที่จะทำให้เราเดินต่อไปได้ยามที่มีอุปสรรค์ คือ "ไม่ท้อ" ไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น "ไม่ตื่นตระหนก" จะทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรค นั้นไปได้
OpenFEST : พี่หมูอยากฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ ที่อยากเริ่มทำ....อะไรซักอย่าง?
พี่หมู : การจะลงมือทำอะไร ก็ต้องเรียนรู้ทฤษฎี และ ลงมือทำ ซึ่งก็เป็นขั้นตอนทั่วๆ ไปบางคนทฤษฎีแน่นปึ้ก กลับทำให้เกร็ง กลัวเสียฟอร์ม กลัวไม่ดี ไม่perfect ซึ่งการเรียนรู้อย่างเอาจริงเอาจัง เป็นขั้นตอนหลัก แต่ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคได้ บางคนก็ทำเลย ลุยเลย ไม่เรียนทฤษฎี พอผลออกมาไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ ก็ท้อแท้ ซึ่งจริงๆ แล้วสองแนวทางนี้ ควรจะดำเนินไปด้วยกัน เรียนรู้ เพื่อที่จะหาความมั่นใจให้กับตัวเอง และอย่าไป กลัวว่าสิ่งที่ออกมามันจะต้องperfect และเสียงเชิงลบที่ออกมา ที่อาจบั่นทอนกำลังใจ ควรคิดว่าเป็นการหวังดี ควรนำมาใช้เป็นกำลังใจ นำไปปรับปรุง
มีคนมากมายที่ทำผลงานออกมา แล้วแทบตาย เพราะไม่ได้รับการยอมรับ ณ ตอนนั้น แต่ต่อมา ผลงานกลับกลายเป็นการบุกเบิกสิ่งใหม่ เป็นที่ยอมรับ ยกตัวอย่าง รักมานินอฟ, สตาวินสกี้ เป็นต้น ดังนั้น แนวทางสำหรับคนรุ่นใหม่ ผมเชื่อว่าการลงมือทำและการเรียนรู้ ต้องควบคู่กันไป อย่าเพิ่งไปคิดว่า สิ่งที่เราทำนั้นเป็นความใหม่สุดยอด เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าหนังทีเกิดขึ้นมาบนโลกทั้งหมดมันมีอะไรบ้าง แต่ควรจะคิดว่าเราจะถ่ายทอดความคิดออกมาอย่างไร มันก็จะลดความร้อนลุ่มไปได้บ้าง และสำหรับผู้ที่ศึกษา มาแล้วก็ควรจะลงมือทำเลย อย่างไปเกร็ง อย่าไปคิดว่างานที่เราทำจะต้องเทียบเท่ากับงานที่ตนเองไปเรียนรู้มา
Comments