เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทยนั้นเป็นเครือข่ายของคนรุ่นใหม่ในแวดวงวรรณกรรมที่พึ่งเปิดตัวมาไม่นานมานี้เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2549 ถึงแม้ว่าเครือข่ายนั้นจะดูใหม่มากๆ แต่อย่างไรก็ดีตัวเครือข่ายเองนั้นก็เป็นพัฒนาการที่ต่อเนื่องมาจาก เครือข่ายหนังสืออิสระ หรือ Indy Book Net ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดงาน Indy Book Day (อันเป็นพื้นที่เฉพาะของสื่อทางเลือกหลากหลายแขนง) มาสามครั้งสามคราแล้วนั่นเอง
งาน Indy Book Day นั้นเกิดจากความคิดริเริ่มของ พี่เรืองกิตต์ รักกาญจนันท์ (ปัจจุบัน เลขาธิการเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย) กับ พี่วาดรวี แห่งหนังสือใต้ดิน
ในตอนแรกสุด ทั้งสองได้คุยกันและเล็งเห็นความอัตคัดของพื้นที่ของสื่อทางเลือกในประเทศไทย แม้แต่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเองพื้นที่ของหนังสือทางเลือกๆ หลายๆ อย่างก็มีแต่เพียงในหลืบเล็กๆ
... พื้นที่วรรณกรรมใหม่ๆ ต้องได้รับการเปิดโดยด่วนแต่ถ้าเรา “ไปแย่งพื้นที่แล้วก็เหนื่อย” เราก็ “สร้างพื้นที่เองดีกว่า”
... และแล้ว งาน Indy Book Day ก็เริ่มฟักตัว
งานในครั้งแรกนั้นจัดขึ้นที่ลานหน้ามาบุญครอง โดยทุนจากพี่ๆ สำนักพิมพ์ใหญ่ เช่น นานมีบุคส์ และทุนจากการ การขายหนังสือ “มิตรภาพ ความหวัง กำลังใจ” ซึ่งเป็นรวมเรื่องสั้นจากเพื่อนๆ นักเขียนรวม 30 คนที่ส่งเรื่องมาช่วยกันประกอบเป็นหนังสือเพื่อระดมทุนกันคนละไม้คนละมือ
งานในครั้งแรกนั้นประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งการพูดคุยบนเวที การเล่นดนตรี การฉายหนัง (ในซุ้ม) และ ที่ขาดไม่ได้แน่นอนก็คือ การขายหนังสือทำมือและ สื่อนอกกระแสอื่น
มีการตอบรับงานครั้งนั้นอย่างน่าประทับใจไม่น้อย การจัดงานที่ลานหน้ามาบุญครองอีกครั้งในครั้งที่สองแหล่งทุนอย่าง สสส. ก็ได้ทำการตอบรับและสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์เช่นนี้ต่อๆ มา นอกจากนี้งานในครั้งที่สองนี้มีการไปจัดในต่างจังหวัดที่ เชียงใหม่ และ ภูเก็ตด้วย
อย่างไรก็ดีพื้นที่ตรงหน้ามาบุญครองนั้นไม่เหมาะสมเท่าใดนัก บรรยากาศตรงนั้น ไม่รื่นรมพอให้คนมาเสพงาน อย่างดื่มด่ำ
ในที่สุดงาน Indy Book Day ในครั้งที่สามจึงได้ย้ายมาจัดที่ สวนสันติชัยปราการ ซึ่งกว้างขวาง และ รื่นรมย์กว่าลานหน้ามาบุญครอง (จริงๆ มีความพยายามขอจัดงาน ณ ที่แห่งนี้แล้วตั้งแต่ครั้งแรก แต่ท่านผู้ว่ากทม. คนเก่าไม่อนุมัติ เมื่อมีการเปลี่ยนผู้ว่าฯ แล้ว การขอใช้ที่ทางของกทม. อย่างสวนสันติฯ นั้นก็เป็นได้ได้อย่างสะดวกขึ้นมาก)
เนื่องด้วยความเหมาะสมในพื้นที่ของงานครั้งนี้ กิจกรรมต่างๆ เช่นดนตรี และ ภาพยนตร์ ก็มีพื้นที่ๆ มากขึ้น
กลุ่มในการผลิตงานสร้างสรรค์ต่างๆ เช่น กลุ่ม โคตรอินดี้, กลุ่ม หนังสั้น 7 สถาบัน ฯลฯ ก็ได้มาเข้าร่วมแสดงผลงานในงานด้วยซึ่งงานในปีนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นเช่นเคย
... ปัจจุบันกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นก็ได้ต่อเนื่องมาเป็นกิจกรรมของเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย
Indy Book Day ครั้งต่อไปจะ เริ่มที่ต่างจังหวัดตอนปลายปีนี้ (2549) และ จะต่อเนื่องมาจบที่กรุงเทพฯ ณ สวนสันติชัยปราการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า (2550)
กลับมาที่เรื่องของเครือข่ายฯ กันต่อ พี่เรืองกิตต์เล่าว่าในสมัยที่จัดงาน Indy Book day แล้วก็ได้เจอกลุ่มนักเขียนรุ่นใหม่และองค์กรต่างๆที่ทำงานอยู่แล้วในหลายๆ ด้าน องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง จึงชวนมาคุยกัน และ ก็ได้กลายเป็นเครือข่ายฯ ในที่สุดจึงทำให้กิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำมาอยู่แล้วก่อนหน้านี้ ก็จะทำต่อไปในนามของเครือข่ายฯ เช่นงาน Indy Book Day เป็นต้น
ในด้านลักษณะของตัวกลุ่มสมาชิกเองนั้น พี่เรืองกิตติ์ได้กล่าวว่า เครือข่าย “เป็นการรวมตัวกันของ กลุ่มนักเขียนรุ่นใหม่, กลุ่มนักวิจารณ์รุ่นใหม่, กลุ่มนักกิจกรรม, กลุ่มนักวิชาการที่เกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรม ไปจนถึงสำนักพิมพ์ของคนรุ่นใหม่”
ตรงนี้อยากให้สังเกต Keyword “รุ่นใหม่” ให้จงหนัก
“คนจะสงสัยว่ามี สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยแล้ว จะมีเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทยทำไม คำตอบก็คือ สมาคมนั้นมีบุคลิกของความเป็นผู้ใหญ่อยู่สูงทำให้การเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่นั้นได้ขาดตอนไป”
“ตอนทำ Indy Book Net ค้นพบว่า การเชื่อมต่อของนักเขียนรุ่นเก่ากับใหม่นั้นขาดตอนไป จึงเกิดความคิดในการสร้างเครือข่ายเพื่อที่จะเป็นตัวเชื่อมประสาน ระหว่างนักเขียนรุ่นเก่ากับใหม่ขึ้น โดยทางเครือข่ายจะเป็นตัวประสานงานกับองค์กรอื่นๆ เพื่อให้นักเขียนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมกับงานต่างๆ ขององค์กรทางวรรณกรรมรุ่นใหญ่ ฯลฯ”
ดังนั้นพันธกิจหลักอีกอย่างหนึ่งของทางเครือข่ายนอกจากเปิดพื้นที่ทางวรรณกรรมใหม่ๆ (ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่อเนื่องมา จาก Indy Book Net อยู่แล้ว) ก็คือ การเชื่อมประสานนักเขียนรุ่นเก่าเข้ากับรุ่นใหม่นั่นเอง
ในด้านการบริการงานนั้นในเครือข่ายได้จัดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการรักษาการด้านต่างๆ หลายต่อหลายด้านด้วยกันอาทิเช่น กรรมการรักษาการกิจกรรม, ประสานงาน, เหรัญญิก บัญชี ฯลฯ
ซึ่งเมื่อเครือข่ายนั้นมีการขยายตัวแล้ว คณะทำงานเหล่านี้ก็จะมาจากการเลือกตั้งของสมาชิก ในขณะนี้เครือข่ายมีสมาชิกหลักๆ อยู่ราว 20-30 ท่าน (ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของหลายกลุ่มด้วยกัน) และ รับสมัครสมาชิกเพิ่มอยู่
ทางเครือข่ายฯ นั้นก็มีปัญหาในการดำเนินการเหมือนกันคือเรื่องเวลา แต่ละคนเหมือนมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ว่างก็มาช่วยแต่ต่างก็มีภาระส่วนตัว อย่างไรก็ดีทางเครือข่ายนั้นก็มี Staff ประจำอยู่ 4-5 คนด้วยกัน
เครือข่ายพยายามจะมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กิจกรรมที่มีอยู่เร็วๆ นี้ ก็อาทิเช่น การทำหนังสือ “เขียนความดีที่หัวใจ” ให้สสส. ซึ่งจะออกช่วงเดือนตุลา, รายการวิทยุที่คลื่น 92.5 เวลาสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม วันอาทิตย์ และ งานประกวด เรื่องสั้น, บทกวี และ ดนตรี เนื่องในโอกาส 30 ปี 6 ตุลาคม
พี่เรืองกิตติ์นั้นมองอนาคตของทางเครือข่ายว่า
“อยากให้กว้างขึ้น อยากรู้จักคนอื่นๆ ที่ทำงานพวกนี้มากขึ้น จะได้มีการเชื่อมประสานร่วมงานและ แลกเปลี่ยนกันมากขึ้นส่วนใหญ่กลุ่มมันทำงานแล้วไม่ค่อยรู้กันว่าใคร ทำอะไร ที่ใหน อย่างไร?”
ในอดีตนั้นมีกลุ่มหนังสือทำมือต่างๆ มากมาย อาทิเช่นกลุ่ม Book by Hand, กลุ่มกากบาท ฯลฯ อย่างไรก็ดีกลุ่มเหล่านี้ก็ได้สลายตัวเมื่อกาลเวลาผ่านไป... แต่เมื่อมีกิจกรรมต่างๆ ขึ้น หลายคนนั้นก็ได้กลับมารวมตัวกันใหม่ เช่น การร่วมการจัดงาน Indy Book Day เป็นต้น
ในแง่นี้ทางโครงการ Openfest ของเราจึงขอเป็นพื้นที่หนึ่ง กิจกรรมหนึ่ง ที่จะเอื้ออำนวยให้ คนทำงานสร้างสรรค์นั้นได้มาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้งบนพื้นที่เสมือน ให้การผลัดกันเขียน เวียนการอ่าน วานกันชม นั้นเป็นไปได้มากขึ้นสำหรับวงการวรรณกรรม และ วงการสร้างสรรค์อื่นๆ
หากผู้ใดสนใจข้อมูลเพื่มเติมของทางเครือข่ายสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.thaiwriternetwork.com
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ พี่เรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์ เลขาธิการเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย
เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ส.ค. 2549
โดย อธิป จิตตฤกษ์ ผู้ประสานงานโครงการ Openfest
กลับสู่หน้าหลัก OpenFEST
Recent Comments