อาทิตย์ที่แล้วทั้งอาทิตย์ทำอะไรไปบ้างก็จำไม่ได้แน่ชัด แต่จำได้ว่ามีไอเดียประมาณนี
1. Puey's Sufficiency Development Forum 2007
เนื่องจากได้ประชุมกับมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ว่าเนื่องในโอกาสฉลอง 40 ปีก็น่าจะทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ สามารถเชื่อมโยงกับคนอื่นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน อะไรประมาณนั้น โดยผูกงานที่มูลนิธิทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรมในระดับ macro
การประยุกต์แนวคิดพอเพียงกับ CSR หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจพอเพียงระดับรากหญ้า นอกจากนั้นก็อาจจะจัดสัมมนาเรื่องประมาณการให้เพื่อสังคม การลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาค แผนแม่บทการเงินการคลังเพื่อสังคม ฯลฯ คิดว่าน่าจะทำให้เกิดการรวมตัวของคนที่สนใจเรื่องประมาณนี้ และพัฒนาไปเป็นอะไรที่น่าสนใจต่อในอนาคตนะ จริงๆอยากให้เป็นอารมณ์ tech talk + world economic forum ประมาณนั้นเลย
2. การปฏิรูปวัฒนธรรมออนไลน์ด้วยสื่อดิจิตอลสร้างสรรค์ (Digital media cultural revolution)
ช่วงหลังๆได้เกี่ยวข้องกับงาน เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมออนไลน์เยอะมากทั้งในเชิงบวกและลบ ได้ข้อสรุปว่าจะให้คนรุ่นใหม่ลดความหมกหมุ่นหรือโอกาสโดนล่อลวงนั้นนอกจากจะป้องกัน และให้รู้เท่าทันแล้วทางที่ดีที่สุด ก็คือการสร้างความยอมรับอะไรซักอย่าง ที่เป็นไปในทางบวกในวัฒนธรรมดิจิตอล ได้สรุปบทเรียนจาก OpenFEST และ Bioscope ว่าจะต้องสร้างกลไกสนับสนุนชุมชนปล่อยของที่มี incentive แต่ไม่ใช่เน้นการแข่งขันมากเกินไป แล้วเชื่อมโยงโลกทั้ง offline และ online เข้าด้วยกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งของ community
ไอเดียเบื้องต้นคือประมาณนี้
Digital media revolution = Online showcase & knowledge platform + merit-based offline distribution channel for recognition + periodical offline community jamming + one big online/offline festival
ซึ่งก็คืออามรณ์ประมาณ Openfest.net + fuse mag + IdN w DVD + BarCamp + Pusarn Festival
ซึ่งเมื่อรวมกันเข้าก็จะเป็น Merit-based Open Platform for Digital Media Makers & Consumers ได้จริงๆ
ขั้นตอนก็คือนำเสนอวิธีการสร้างสื่อดิจิตอลอย่างง่ายพร้อมกรณี inspire ต่างๆ เปิดพื้นที่ให้ปล่อยของออนไลน์ จากนั้นมีการนัดเจอแสดงของให้ชุมชนรู้จักโดยจัดเป็นการ present งานง่ายๆไม่เป็นทางการมาก คัดอันที่พร้อมสุดกลุ่มหนึ่งมาลงหนังสือและ DVD ซึ่งวางขายทั่วประเทศ หมุนอย่า่งงี้ไปเรื่อยๆ แล้วปีหนึ่งก็จัดงานใหญ่เป็น festival หนึ่งครั้งที่นัดคนมาปล่อยของกันเป็นพันๆ และหาคนอยากดูฟังเสพย์ และหานักลงทุน หรือคนที่สนับสนุนคนปล่อยของได้ ซึ่งแต่ละปีก็จะหมุนให้วงมันโตขึ้นเรื่อยๆและยั่งยืนทางการเงินได้
3. Learners.in.th, Learning2.0 และ ยุทธจักรความรู้แห่งชาติ
เมืองไทยกำลังมี learning2.0 แท้ๆแบบว่าฝรั่งยังไม่มีที่ learners.in.th ซึ่งใช้ blog / feed เป็นเครื่องมือหลักที่สนับสนุนการเรียนรู้ในระดับมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเปิดไม่นาน ประมาณเดือน ก็มีเป็นแสน visit แล้ว ซึ่งตรงกับแผน learning2.0 ของ TRN ก็เลยสนับสนุนไปเรียบร้อยแล้ว (จริงๆสนับสนุนที่ทีม Usable Labs เลย) และได้กำลังพัฒนาแนวคิดว่าจะปรับซอฟแวร์ที่ implement ตาม gotoknowให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ปัจจุบันอย่างไร และกำลังคิดว่าจะทำcampaign อะไรให้คนเข้ามาใช้เยอะๆอย่างมีประโยชน์ ซึ่งกำลังนำแนวคิดของ massive multi-player game อย่าง world of warcraft มาคิดต่อว่าจะทำอย่างไร ให้การเรียนรู้สนุกเหมือนกับการเล่มเกมออนไลน์ โดยเฉพาะพวกเด็กที่คลั่งการเรียนรู้ ซึ่งน่าจะมีเป็นพันๆอยู่แล้วในสังคม เบื้องต้นเลยคิดเรื่อง ยุทธจักรความรู็แห่งชาติ โดยให้เป็นเคมเปญเสริม อารมณ์ว่าแต่ละคนสามารถมาตั้งสำนักการเรียนรู้ของตน และมีเป้าหมายในการเผยแพร่กระจาย ชักชวนคนมาร่วมสำนัก และพัฒนาความรู้และสร้างความนิยมขึ้นไปเรื่อยๆ โดยใช้ planet เป็นคล้ายๆสำนัก อะไรประมาณนี้แล้วก็มีการจัดลำดับความสามารถและ incentive ในเคมเปญนั้นๆ ซึ่งคล้ายแนว guild management ใน world of warcraft นอกจากนั้นการประยุกต์แนวคิดการเรียนรู้โดยใช้กระแสเกม เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้กำลังเป็นที่นิยมมาก ได้ลองรวบรวม bookmarks การศึกษาเรื่องประมาณนี้ไว้ใน http://del.icio.us/sunitshrestha/gameasmanagement
้จริงๆคำว่า ยุทธจักรความรู้แห่งชาติ เป็น anti-thesis ของอารมณ์แบบพวก ศูนย์....ความรู้แห่งชาติที่มีๆอยู่ โดยรวมแนวคิดแบบทีเล่นทีจริงแบบตะวันออกเข้าไป เลยคิดว่ายุทธจักรเป็นคอนเซ็บที่คนไทยเข้าใจ และสามารถสนุกไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ได
อื่นๆ
ไป๋บอกว่า wikipedia = ความรู้แดกด่วน คล้ายๆกับ fastfood ในโลกของอาหาร ซึ่งก็จริงมากๆ
้
Comments